เวลาคุณผู้อ่านของผมเกิดอาการเซ็งในอารมณ์ คุณๆ มีวิธีแก้เซ็งแก้เครียดกันอย่างไรบ้างครับ
พาดหัวมาแบบนี้ คุณผู้อ่านคงนึกว่า “ตาเกลอคนนี้ มาแนวไหนกันล่ะนี่”
ครับ ช่วงสองสามปักษ์ที่ผ่านมา ผมหาย “ศีรษะ” ไปจากหน้ากระดาษของ ไทยเนชั่นนิวส์ ไม่ได้มาเขียน มาชวนคุณๆ คุย มาชวนคุณๆ เที่ยว ก็คงด้วยหลายๆ อาการเซ็งในอารมณ์ของผมเอง กับงานการ กับคนรอบข้าง กับอีกปัจจัยหลายๆ อย่าง ที่ดูไม่ค่อยจะลงเนื้อลงตัว กับชีวิตของผมในช่วงนี้เท่าไหร่
ชีวิตคนเรานี่ก็แปลกนะครับ บางอย่างที่ดูว่าน่าจะดี กลับไม่ได้ดีจริงๆ อย่างที่คาด บางอย่างคิดว่าไม่น่าจะรับไหว ทำๆ ไปกลับกลายเป็นอะไรที่เหมาะไปกับเราเข้าเสียอย่างนั้น
“เอ้า… บ่นพอแล้วตาเกลอ กลับเข้าเรื่องเสียที” คุณผู้อ่านเองก็คงไม่อยากอ่านอะไร ที่จะเพิ่มอารมณ์เซ็งอีกเป็นแน่ ใช่ไหมครับ
ไม่หรอกครับ ผมไม่ปล่อยให้คุณผู้อ่านต้องเซ็งไปกับผมด้วยหรอก เพราะการจะเป็นศิลปินที่ดีได้ เราก็ต้องสามารถสร้างงานที่ผสานมาจากอารมณ์ในแต่ละขณะได้เป็นอย่างดี วันนี้ เมื่อผมกลับมาขีดเขียนเรื่องราว “ชวนคุย ชวนเที่ยว” ให้คุณแฟนๆ ได้อ่าน ก็เลยมาคิดว่า เอ จะเอาเรื่องอะไรดีนะ ที่มันจะเกี่ยวกับการบำบัดความเครียดของเราได้
สุนทรียภาพ
แหม… ใช้คำเสียสวยหรูเชียวนะ แต่เข้าใจได้ง่ายครับคุณผู้อ่านครับ นั่นก็คือ ช่วงเวลาที่เรารู้สึกอ่อนไหวไปกับความสวยความงาม ที่เราได้รับจากประสาทสัมผัสทั้งห้าทั้งหกของเรานั่นเอง
เอ๊ะ… ก็ไม่เห็นเข้าใจอยู่ดี
พูดอย่างนี้ก็ได้ครับ คือบางครั้ง เราทำอะไรตรงๆ เป๊ะๆ ไปตามขอบตามเกณฑ์ มันก็ช่วยเราได้เพียงให้เราได้ผลสำเร็จในสิ่งที่ต้องการเท่านั้น แต่ถ้าหากว่าเรามีสุนทรียภาพเติมใส่ ผสมลงไปด้วยกันแล้ว มันจะทำให้เรารู้สึกมีความสุขขึ้นมา เป็นของแถมด้วยอีกนิดนึงนั่นเอง
เอ้า… ดูรูปกันเลยดีกว่าครับคุณ
(รูป 08)
ผมไปญี่ปุ่นมาเมื่อเดือนก่อน เก็บภาพเอามาฝากคุณชุดหนึ่งครับ ซึ่งเหมาะกับคำว่า สุนทรียภาพ มากเลย
ในประเทศญี่ปุ่น ดินแดนที่มีความเจริญงอกงามทางวัฒนธรรมเก่าแก่ ติดอันดับประเทศที่น่าไปเที่ยวแห่งหนึ่งของโลก (เอาเป็นว่า คุณผู้อ่านแทบทุกคน คงมีประเทศญี่ปุ่นอยู่ในใจฝัน ว่าอยากจะไปเยือนสักครั้งหนึ่งให้ได้ จริงไหมครับ) นับรวมเอาทั้งผู้คนท้องถิ่นที่เป็นมิตร อาหารการกินที่เอร็ดอร่อย อากาศสดชื่น คุณภาพชีวิตที่ดี แล้วถนนหนทาง สวนต้นหมากรากไม้ก็ดูร่มรื่นน่าเที่ยวอย่างเป็นที่สุดจริงๆ
ตามที่ต่างๆ ตรงไหนมีที่ว่างๆ เขาก็เอาประติมากรรม รูปปั้นต่างๆ ไปตั้งไว้อย่างลงตัว ดูเผินๆ ก็สวยงาม ถ้าตั้งใจดูก็ยิ่งได้สุนทรียรสครับ
(รูป 01)
ดูสิครับ รูปปั้นหล่อวัว จากเมือง ฟุกุโอกะ แม้จะเป็นในวัดวาอาราม แต่ก็ถือว่า จัดวางไว้อย่างมีมุมมองศิลปะ
(รูป 02)
ไม่เพียงแค่นั้น รูปหล่อเทพวัวบางรูปในวัดพุทธชินโต เขายังได้ใส่สุนทรีย์ลงไปด้วยการฟั่นเชือกคล้องเป็นมงคลรอบศีรษะ ทำให้ดูงานหล่อทองเหลืองที่แข็งแกร่ง ดูนุ่มนวลลงได้อย่างดีทีเดียว
(รูป 04)
ส่วนที่เมือง โอซาก้า แม้แต่โครงเหล็กที่ทำไว้กั้นทางเดินเล่นในสวนหน้าปราสาทโอซาก้า แทนที่จะมีแต่เหล็กแท่งๆ ธรรมดา ทางเทศบาลก็อุตส่าห์ เพิ่มเงินเล็กๆ น้อย ใส่สุนทรีย์ลงไปในงานแข็งๆ นั้นด้วย แม่ลูกนกกระจอกทั้งสี่ จึงปรากฏตัวอยู่ ณ ที่นั้นอย่างน่าชม
(รูป 05)
ขึ้นไปทางตอนเหนือ ที่เมืองท่าในเกาะฮอกไกโดะ ที่ชื่อ โอตารุ แม้จะเป็นอ่างน้ำสาธารณะ ไว้ให้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาได้ดื่มน้ำสะอาด แต่ก็เติมคุณค่าทางสายตาไว้ให้ด้วย จากรูปนกเค้าแมวตัวเล็กๆ น่ารัก
(รูป 06)
หรือแม้ป้ายบอกลู่บอกทาง ก็อดไม่ได้ที่จะมีนกเค้าแมวมาเกาะไว้ เพิ่มคุณค่าทางจิตใจให้กับผู้พบเห็นได้อย่างดีทีเดียวครับ
อยากจะบอกคุณผู้อ่านว่า ที่เชียงใหม่บ้านผม เดี๋ยวนี้ก็ไม่น้อยหน้านะครับ ตามที่ตามทางเริ่มมีการประดับเมืองโดยรอบ ด้วยงานปั้นรูปแบบต่างๆ มากมายแล้ว เรียกได้ว่า เริ่มมีเวลาใส่สุนทรีย์ให้กับบ้านกับเมืองกันแล้วครับ
ที่ผมเห็นหลายแห่ง จะเป็นงานหล่อโลหะ รูปเด็กๆ กำลังเล่นสนุกกันในการละเล่นแบบไทย อยู่ในสถานที่ต่างๆ ดูแล้วก็น่าชื่นชมนะครับ ที่เราเห็นคุณค่าของสุนทรียภาพกันแล้ว เรียกว่า ทำเมืองเชียงใหม่ ที่ว่าติดอันดับเมืองที่น่าอยู่เมืองหนึ่งของโลก ให้เป็นที่น่าอยู่มากยิ่งขึ้นอีกโขทีเดียว
แล้วมีอยู่รูปหนึ่งครับ ตรงประตูแสนปุง ด้านนอกเมืองเก่า ที่ผมขับรถผ่านไปทีไร จะเห็นว่า มีใครก็ไม่รู้ คอยเอาหมวกแก๊ปใบเล็กๆ หน้ารัก สีสันสดใส ไปสวมไว้ให้กับรูปปั้นเด็กสองคนในลีลาการเล่นม้าก้านกล้วย ไว้กันแดดกันฝน ดูแล้วก็ยิ่งได้อารมณ์ ได้สุนทรียรส ได้บรรยากาศ แก้เซ็ง แก้เครียด ได้อย่างดีไม่เบาทีเดียวละครับ
ลองมองหาสุนทรียภาพในที่ต่างๆ แวดล้อมคุณดูนะครับ บางทีคุณอาจจะหายเบื่อหายเซ็งได้ง่ายๆ จากสิ่งที่คุณไม่คาดคิดเลยทีเดียว แล้วยังไง อย่าลืมรักษาสุขภาพด้วยนะครับ
ผมเป็นห่วง
————————————————————————————————
ชวนคุย ชวนเที่ยว ตอนที่ 4 – พฤษภาคม 2550
Talk and Travel No.4 – May 2007
ธรณินทร์ ตรีวิทย์
Thoranin Triwit
————————————————————————


