คุณผู้อ่านได้ดูหนังการ์ตูนเรื่อง “คาร์ส – Cars” หรือยังครับ หนังสนุกนะ ดูเพลินๆ ดี ดูได้ทุกคนในครอบครัวเลย
ผมดูในโฆษณาทีแรกเมื่อปีก่อนๆ ก็ยังคิดว่า เอ… คนสร้างเขาจะจับจุดตรงไหนเอามาทำเรื่องทำราวเป็นการ์ตูนให้ดูสนุกสนานกันได้นะ เพราะว่าตัวละครในเรื่องทั้งหมด ก็เป็นรถยนต์ชนิดต่างๆ ทั้งเล็กทั้งใหญ่ ไม่น่าจะเอามาปรุงแต่งต้มยำเป็นเรื่องอะไรได้
พอได้ดูหนังฉายจริง ผมก็พบว่า รถยนต์ทั้งหลายในเรื่อง ล้วนเป็นรถยนต์ที่เขาบรรจงสร้างใส่ ให้มันมีชีวิตจิตใจ หรือถึงกับมี “วิญญาณ” ที่แฝงอยู่ในรถยนต์แต่ละประเภทนั้นขึ้นมาเป็นจุดเด่น ให้เราคนดูได้สนุกไปกับเนื้อเรื่องตั้งแต่ต้น ตัวละครทั้งหลาย และรายละเอียดองค์ประกอบของงานศิลปะในภาพ โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ อีกทั้งยังจับเอาโครงเรื่องของการโหยหาอดีตอันแสนหวานในยุคเฟื่องฟูของถนนสายหลักที่สำคัญสายหนึ่งของสหรัฐอเมริกา นั่นก็คือ ถนนสาย 66 ที่ท่านรู้จักกัน มาเป็นแนวเรื่องให้เราเฝ้าติดตาม เรื่องมันเลยน่าสนใจมากเลยครับ ดูเพลินๆ แป๊บเดียว อ้าวจบซะแล้ว
ดูการ์ตูนเรื่อง คาร์ส นี้แล้ว ทำให้ผมมองย้อนกลับไปดู “ฝูงรถยนต์” จริงๆ ในถนนรนแคมบ้านเรา รวมทั้งรถกระป๋องคันน้อยของผมเองด้วย เมื่อดูแล้วก็ เออเนอะ… ถ้ารถยนต์พวกนี้มันมีชีวิตจริงๆ มันจะคิดอะไรกับมนุษย์อย่างเราๆ กันบ้างนะ แล้วรถที่เราใช้นี่ มันเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายกันหนอ แล้วเวลาที่รถติดไฟแดงหลายๆ คันอยู่ด้วยกัน รถมันจะคุยอะไรกันบ้าง รถในเมืองจะดูถูกรถทะเบียนบ้านนอกบ้างหรือเปล่า
ใครยังไม่ได้ดู ก็ลองไปหามาดูกันนะครับเรื่องนี้ ไม่เสียดายตังค์ ไม่เสียดายเวลาหรอกครับ…
พูดถึงรถยนต์ ผมเข้าไปค้นๆ ดูรูปในคลังดิจิตอล ว่ารูปถ่ายอันไหนบ้างหนอ ที่ผมถ่ายมาจากทริปก่อนๆ แล้วเกี่ยวกับรถยนต์ที่น่าสนอกสนใจบ้าง
เจอแล้วครับ พูดถึงรถยนต์ เราต้องนึกถึง ประเทศที่มีอุตสาหกรรมหนัก นึกถึงผู้สร้างประดิษฐ์รถยนต์เป็นคันแรกของโลก และเราต้องนึกถึงรถยนต์คุณภาพเยี่ยมสักยี่ห้อหนึ่ง
ทั้งหมดทั้งมวล เราคงคิดถึงประเทศเยอรมนี คิดถึง คาร์ล เบนซ์ และคิดถึงรถยนต์ เมอร์เซเดซ- เบนซ์ เป็นแน่
สามสี่เดือนก่อนนี้ ผมได้มีโอกาสนำคณะไปเยือน สตุ๊ทการ์ท เมืองแห่งอุตสาหกรรมหนักแห่งหนึ่งของเยอรมนีครับ เมืองนี้เป็นเมือง
ใหญ่ที่น่าอยู่อีกเมืองหนึ่ง ที่ตั้งอยู่ทางภาคใต้ของประเทศ อากาศบริสุทธิ์สดชื่น บ้านเรือนตกแต่งประดับประดาสวยงาม ผู้คนเป็นมิตรดี วัยรุ่นวัยเรียนหนุ่มสาวก็เยอะ อาหารและเหล้าองุ่นอร่อยๆ มีให้เลือกมากมาย กิจกรรมบันเทิงแหล่งเที่ยว ก็มีให้เลือกได้ไม่จำกัด
และเมืองสตุ๊ทการ์ทแห่งนี้นี่เอง ที่เป็นแหล่งต้นกำเนิดของ ยานยนต์คันแรกของโลก เมื่อปีพุทธศักราช 2429 หรือเมื่อกว่า 120 ปีล่วงมาแล้ว โดยนักประดิษฐ์ที่ชื่อของเขา ยังอยู่ยั้งยืนยงอยู่บนถนนสายยานยนต์มาถึงทุกวันนี้ เขาคือ คาร์ล เบนซ์
จากวันที่ คาร์ล เบนซ์ ได้รับสิทธิบัตรการประดิษฐ์ยานยนต์ของเขาในวันนั้นเป็นต้นมา ชื่อของ “เบนซ์” กับคำว่า “ยานยนต์” แทบจะกลายเป็นคำที่มีนิยามเดียวกัน นอกจากนี้ งานของ เบนซ์ ยังได้รับการขานรับและสืบทอดจากนักประดิษฐ์ชาวเยอรมันอื่นๆ ที่ร่วมกันสรรสร้างยนตกรรมให้กับชาวโลกอีกมากมาย ยกตัวอย่างก็เช่น ชื่อของ เดมเลอร์ และ มายบาค ที่ขึ้นหิ้งอยู่ในใจของนักขับระดับโลกเสมอมา
แต่ผมคงไม่ต้องพูดถึงความดีความงามของรถยนต์ เบนซ์ ในที่นี้ ให้มากไปกว่าใจความสำคัญของ “ชวนคุย ชวนเที่ยว” เพราะจริงๆ แล้ว ผมต้องการที่จะชวนเชิญท่านผู้อ่าน ให้ได้ไปเยือน “พิพิธภัณฑสถานยานยนต์ เมอร์เซเดส-เบนซ์” มากกว่าครับ
พิพิธภัณฑสถานยานยนต์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกในปี 2466 ในเมืองสตุ๊ทการ์ท โดยมีสิ่งที่ประสงค์เพื่อให้เป็นแหล่งรวบรวมวิชาความรู้เกี่ยวกับวิชายนตกรรม ตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน จนถึงเทคโนโลยีการประดิษฐ์ที่สำคัญ อีกทั้งเป็นที่รวบรวมสิ่งของที่ได้รับการรับรองโดยสิทธิบัตร จากมันสมองของ คาร์ล เบนซ์ รวมถึงงานที่ได้รับการปรับปรุงขึ้นจากนักประดิษฐ์อื่นๆ ที่เข้ามาร่วมงาน ร่วมทุนกับ เบนซ์ อีกมากมายตลอดเวลา 120 ปีด้วย
ผมคิดว่า คงจะมีคุณผู้อ่านหลายท่านอาจจะได้เคยไปเที่ยวชมพิพิธภัณฑสถานนี้มาบ้างแล้ว ตลอดช่วงเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมาครับ แต่…
เมื่อกลางปีที่แล้ว บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้ทำการเปิด พิพิธภัณฑสถานยานยนยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์แห่งใหม่ ที่ใหญ่โต หรูหรา และอุดมไปด้วยทรัพย์สินสิ่งของที่ทรงคุณค่ามากมายกว่าพิพิธภัณฑ์เดิม นำมาจัดแสดงให้ชมกันอย่างจุใจ อีกทั้งรูปแบบการนำเสนอ ทำให้ผู้ชมอย่างเราเพลิดเพลินจนลืมเวลา เดินชมส่วนจัดแสดงต่างๆ ภายในอาคารสูงแปดชั้นได้อย่างไม่รู้จักเบื่อทีเดียวครับ
เอาง่ายๆ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัย โดยได้ระบบเครือข่ายไร้สายมาเป็นพระเอกของงาน
เมื่อเราผ่านประตูเข้าไปด้านในที่ห้องโถงชั้นล่างสุด เจ้าหน้าที่จะจัดชุดรับสัญญาณเสียงไร้สาย พร้อมหูฟังส่วนตัวขนาดเล็ก ร่วมด้วยสายคล้องคอติดโลโก้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ สุดเท่ให้เรา จากนั้น ลิฟท์พิเศษที่การออกแบบสร้างได้รับแรงบันดาลใจมาจากงานของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ จะพาเราขึ้นไปยังจุดเริ่มต้นของพิพิธภัณฑ์บนชั้น 8 แล้วทีนี้ เราก็เพียงแต่เปิดเครื่องรับสัญญาณเสียงของเรา แล้วเดินไปตามจุดแสดงสิ่งของต่างๆ ซึ่งเป็นของจริงๆ ที่มีค่ามหาศาลในประวัติศาสตร์ของยานยนต์ สัญญาณเสียงคำบรรยายพร้อมเพลงประกอบที่มาจากอุปกรณ์เครือข่ายไร้สายจะช่วยดูแลให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับเราไปตลอดทาง
ทางเดินภายในอาคาร จะทำไว้ให้ผู้ชมเดินวนลงจากจุดเริ่มต้น เป็นรูปวังน้ำวนขนาดใหญ่ ไล่เรียงไปตามศักราชต่างๆ ที่สำคัญในประวัติศาสตร์โลกแห่งยานยนต์ ด้วยเหตุนี้ เราจึงไม่เมื่อยล้า และเหน็ดเหนื่อย หรือแม้จะต้องงุนงงในการเข้าห้องโน้นออกห้องนี้เหมือนพิพิธภัณฑ์อื่นๆ เลยครับ ที่นี่จะเป็นว่า เราเดินไป ชมไป ฟังไป ถ่ายรูปไป ได้ความรู้ไป บางส่วนเราก็หยุดนั่งลงชมคลิปสารคดีสั้นๆ หรือหนังโฆษณาสวยๆ คลาสสิคๆ ได้อย่างลืมเวลา เผลออีกทีเราก็พบว่าตัวเรากลับลงมาอยู่ในห้องโถงชั้นล่างอย่างเดิมแล้ว เผลอๆ บางครั้งเราอาจใช้เวลายาวนานนับถึงสองชั่วโมงเลยทีเดียว
เสร็จสรรพดีแล้ว เจ้าหน้าที่จะรอเก็บอุปกรณ์รับสัญญาณเสียงไร้สายคืน แต่จะให้เราเก็บสายคล้องคอ เมอร์เซเดส-เบนซ์ สุดเท่และหูฟังที่เราใช้นั้นกลับบ้านไปเป็นที่ระลึกจาก เมอร์เซเดส-เบนซ์ ด้วยครับ
รูปที่ผมฝากมาลงในปักษ์นี้ เป็นแค่ส่วนน้อยที่เราจะได้เห็นในพิพิธภัณฑ์ครับ รถยนต์ทุกประเภทเท่าที่มีออกมาจากสายการผลิตของ เบนซ์ จะถูกนำมาเก็บไว้ที่นี่ด้วยการบำรุงรักษาอย่างดี ไว้เป็นสมบัติที่น่าหวงแหนของชาวโลกสืบไป
ไปเที่ยวเยอรมนีคราวหน้า อย่าลืมบอกให้เขาพาไปเที่ยว พิพิธภัณฑสถานยานยนต์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่เมืองสตุ๊ทการ์ท ด้วยนะครับ รับรองว่าทุกท่านจะต้องชอบมากๆ เลยครับ
ปักษ์หน้า ผมจะเอาภาพจากทริปล่าสุดที่ เซี่ยงไฮ้และหางโจวมาฝากครับ โปรดคอยติดตาม
————————————————————————————————
ชวนคุย ชวนเที่ยว ตอนที่ 3 – กุมภาพันธ์ 2550
Talk and Travel No.3 – February 2007
ธรณินทร์ ตรีวิทย์
Thoranin Triwit
————————————————————————


