ผมขอแนะนำประวัติส่วนตัว และความเป็นมาสักเล็กน้อย
ผมเกิด เติบโต เข้ารับการศึกษาในระดับต่างๆ และประกอบอาชีพการงานครั้งแรกๆ ในกรุงเทพมหานครโดยตลอด เกิดที่โรงพยาบาลหัวเฉียว ย่านยศเส เมื่อเดือนกันยายน ปีพุทธศักราช 2509
คุณพ่อธนิต ตรีวิทย์ ทำงานกับการรถไฟแห่งประเทศไทย เป็นเวลานานกว่า 40 ปี มีตำแหน่งก่อนเกษียณ เป็นสารวัตรรถจักรดีเซล ปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่โรงรถจักรดีเซลราง กรุงเทพฯ (หัวลำโพง) มีความรู้ทั้งทางด้านวิศวกรรมเครื่องกล และการใช้ภาษาอังกฤษอยู่ในระดับดี
คุณแม่เตือนใจ ตรีวิทย์ เป็นแม่บ้านที่แสนดี คุณแม่เรียนไม่ได้เรียนสูง แต่งานบริการพ่อบ้าน ลูกบ้านในหน้าที่ ไม่เคยมีให้ขาดตกบกพร่อง อีกทั้งคุณแม่เองจากประวัติที่ได้เล่าให้ลูกๆ ได้ฟัง ยังเป็นนักเดินทาง นักกิน นักเที่ยว และนักผจญภัยที่ไม่มีใครเทียบ
เมล็ดพันธุ์ดีเหล่านี้จากทั้งคุณพ่อและคุณแม่ ที่ฝังอยู่ในตัวผม รอวันที่มันจะแตกใบผลิดอกออกมาเมื่อเวลาอันควร
ตามประวัติ ผมไม่ได้เรียนในโรงเรียนอนุบาลครับ แต่คุณพ่อคุณแม่พาผมไปเรียน ในสถานรับเลี้ยงเด็กใกล้บ้านเป็นเวลาพอสมควร จนเมื่อเริ่มอ่านหนังสือพิมพ์รายวันได้แล้ว จึงได้ถูกส่งให้ไปเรียนชั้นประถมที่ โรงเรียนจำนงค์วิทยา ห้วยขวาง ตลอด 6 ปี จบแล้วได้ไปต่อชั้นมัธยมที่ โรงเรียนหอวัง ปากทางลาดพร้าว เป็นเด็กมอหนึ่งรุ่นแรก ในสายศิลป์-ภาษาเยอรมันของโรงเรียน ด้วยคะแนนเฉลี่ยค่อนข้างดี โดยเฉพาะวิชาทางด้านสังคมศาสตร์ ศิลปกรรม และ ภาษาศาสตร์ ทั้งภาษาอังกฤษ และภาษาเยอรมัน
ในช่วงที่เรียนในโรงเรียนมัธยมนี้ ผมไม่เคยได้รับอนุญาตจากคุณพ่อคุณแม่ ให้เดินทางท่องเที่ยวออกต่างจังหวัด หรือไปไหนๆ ได้ตามใจเลย เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่อบายมุข และสิ่งเสพติดทั้งหลาย กำลังรุมเร้าเด็กนักเรียนไทยอยู่อย่างรุนแรง
เมื่อถึงเวลาสอบแข่งขันเข้ามหาวิทยาลัยในปีพุทธศักราช 2527 ผมได้เป็นหนึ่งในนักศึกษาของคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ การเป็นลูกแม่โดมอยู่ที่ท่าพระจันทร์ โอกาสดีๆ ก็เลยมีเข้ามาในชีวิตมากมาย ได้ศึกษา ได้ค้นหา ได้สำรวจ ลองผิดลองถูก ที่สำคัญ คือการได้เดินทางท่องเที่ยวไปในเกือบทุกที่ๆ อยากไป มีโอกาสเลือกคบเพื่อนฝูงในทุกระดับชน และกิจกรรมต่างๆ ก็ทำให้ได้เริ่มทำงานที่ตนเองรัก
ปีพุทธศักราช 2528 ถึง 2529 เมื่อนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนไม่น้อยหลั่งไหลเข้ามาสู่กรุงเทพฯ ผมกับเพื่อนๆ ก็ประพฤติตัวเป็นมัคคุเทศก์ เข้าไปพูดคุยทักทาย และนำเที่ยว ด้วยตนเองใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในย่านสนามหลวง ในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ครั้งนั้นเพียงหวังแค่ได้กินฟรีเที่ยวฟรีและได้ฝึกภาษา สนุกเป็นช่วงๆ เท่านั้น นอกจากนั้น ก็เพื่อจะได้มีเงินพอที่จะใช้ไปท่องเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ที่อยากไปตั้งแต่ครั้งเรียนมัธยม แต่ไม่เคยมีโอกาสไปได้เหมือนคนอื่นเขา แต่ทั้งหมดนี้ผมก็ทำอยู่ได้ไม่นานครับ เพราะยังต้องเรียนหนังสือ และทำกิจกรรมในมหาวิทยาลัยอีกหลายอย่างด้วย
ปีพุทธศักราช 2530 เมื่อไม่มีทุนทรัพย์พอในการท่องเที่ยว ที่เริ่มไกลบ้านออกไปทุกทีแล้ว ก็ถึงเวลาที่ผมจะต้องหาเงิน หางานพิเศษทำ เพื่อนสนิทลูกแม่โดมด้วยกัน คุณอุดมชัย หลีสิน ชวนให้ไปรับจ๊อบ เริ่มงานครั้งแรกเป็นเด็กเขียนกระดานราคาหุ้นรายวันอยู่ที่ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์กรุงเทพธนาทร จำกัด โบรคเกอร์ค้าหลักทรัพย์ ในเครือธนาคารกรุงเทพ แต่เขียนกระดานและพากย์ราคาหุ้นอยู่ที่นั่น ได้แค่เพียงไม่ถึง 6 เดือน บริษัทฯ ก็ใจดี ส่งตัวไปอบรมเป็นเจ้าหน้าที่ค้าหลักทรัพย์รับอนุญาต ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จนเป็นโบรคเกอร์เต็มตัว และบริษัทฯ ก็รับตัวผมไว้เป็นพนักงานมีเงินเดือนประจำในอัตราสูงตั้งแต่นั้น
หลังจากนั้นตลอดเวลาหลายปี ผมต้องวิ่งวุ่นอยู่กับการทำธุรกิจหลักทรัพย์ ที่ช่วงเวลานั้นกำลังขยายตัวอย่างมาก ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ทางธุรกิจและการเงินการทองเข้าไว้กับตัว รู้ตัวเองอยู่เสมอว่าเป็นงานที่ไม่ได้รักไม่ได้ชอบ แต่ว่าทำรายได้ดี ได้เพื่อนดี ได้พบโอกาสดีๆ และเป็นโอกาสที่จะได้ไปเที่ยวในที่ดีๆ ไกลๆ ผมเปลี่ยนย้ายที่ทำงานทางด้านหลักทรัพย์และนำเข้าส่งออกอีกสองสามแห่ง ก่อนเกิดภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจด้วยสงครามอ่าวเปอร์เซียและเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ
ราวกลางปีพุทธศักราช 2536 เพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยมัธยมปลาย คุณกษมา ชาติยานนท์ โทรศัพท์คุยกันและเล่าให้ผมฟังถึงเพื่อนของเธอคนหนึ่ง ที่เดือนๆ หนึ่งต้องเดินทางไปต่างประเทศสองสามครั้ง ได้ท่องเที่ยวไปทั่วโลก หลากหลายประเทศ แล้วยังได้ค่าจ้างอีกด้วย จะมีงานอะไรที่น่าสนใจสำหรับผม มากไปกว่านี้อีกหรือ คิดแล้ว ผมก็ไม่รีรอที่จะขอที่อยู่ติดต่อของบริษัทที่ว่านั้น และเตรียมเอกสารพร้อมไปยื่นใบสมัครในอีกสามวันต่อมา
บริษัท พีแอนด์โอ รีเกล แทรเวล จำกัด (P&O Regale Travel) คือบริษัทแรกและบริษัทเดียว ที่ผมเข้าไปสมัครทำงานในหน้าที่ผู้จัดการทัวร์และมัคคุเทศก์ ทั้งๆ ที่ไม่มีประสบการณ์ด้านนี้มาก่อนเลย ใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ก็ไม่เคยมี ไม่เคยเข้ารับการอบรมมาก่อน เพียงแค่รู้ตัวว่ารักการเดินทาง เป็นนักเที่ยว นักกิจกรรม และนักบริการ บริษัทฯ เองก็ไม่ได้ประกาศรับพนักงานใหม่ แต่ก็ยังใจดีพอที่จะเรียกตัวผมไปสัมภาษณ์ด้วยภาษาอังกฤษในวันถัดมา ต้องขอขอบพระคุณ คุณอรพรรณ (นิธิการพิสิทธิ์) บุญทอง อดีตรองกรรมการผู้จัดการบริษัทฯ ที่เป็นผู้สัมภาษณ์ และมอบโอกาสแรกในการก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมบริการการท่องเที่ยวให้กับผมในทันที ณ บ่ายวันนั้น
ผมเริ่มต้นทำงานที่บริษัทฯ ในวันต้นเดือนถัดมา (ตุลาคม 2536) งานในหน้าที่ของพนักงานใหม่ที่ได้รับมอบหมายมา คือการช่วยเหลืองานของพนักงานรุ่นพี่ๆ (แต่อายุน้อยๆ) ในแผนกทัวร์ต่างประเทศ เรียกกันว่า แผนกเอาท์บาวด์ ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นจัดการงานเอกสาร การค้นคว้ารูปภาพ เรื่องราว ข่าวสาร รายละเอียดเกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ที่ทางบริษัทฯ กำลังทำรายการเดินทางให้กับฝ่ายขายเพื่อนำไปเสนอขายให้กับลูกค้า สมัยนั้น อินเตอร์เน็ตยังไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลาย จึงยังต้องค้นคว้าจากหนังสือและวิดีโอเทปในห้องสมุดของบริษัทฯ แบบเดิมๆ อยู่ งานอีกอย่างคือเก็บรวมรวมเอกสารการเดินทางของลูกค้าที่ตกลงเดินทางกับรายการของบริษัทฯ เตรียมเอกสารให้กับเจ้าหน้าที่แผนกวีซ่า เพื่อไปเดินเรื่องขอวีซ่าที่สถานทูตต่างๆ ตามรายการทัวร์แต่ละรายการ ช่วยเหลือผู้จัดการทัวร์และมัคคุเทศก์รุ่นพี่ดูแลลูกค้าในด้านต่างๆ ที่สนามบิน
ต่อมาเมื่อโอกาสอำนวย ก็ได้ออกช่วยงานมัคคุเทศก์รุ่นพี่ที่บริษัทฯ ออกทัวร์ไปตามต่างจังหวัดบ้างเป็น ครั้งคราว เป็นทั้งเพื่อการแบ่งเบาภาระของมัคคุเทศก์ ช่วยกันทำกิจกรรมสันทนาการ งานบันเทิงต่างๆ และเป็นการฝึกฝนหน้าที่ และภาระรับผิดชอบของมัคคุเทศก์และผู้จัดการทัวร์ใหม่ไปด้วยพร้อมกัน
ในอีกหกเดือนต่อมา เมื่ออะไรๆ มันเริ่มเข้าที่เข้าทาง และผ่านช่วงทดลองงานสามเดือนตามระเบียบ บริษัทฯ แล้ว เจ้านายก็ไล่ให้ผมไปทำหนังสือเดินทาง หรือพาสปอร์ต เตรียมไว้ ซึ่งหมายความว่า การเดินทางออกไปนอกประเทศไทยครั้งแรกของผมกำลังจะเป็นจริงในเร็ววัน
เมื่อมีโอกาสที่จะส่งพนักงานออกไปฝึกงานไม่ว่าที่ใด ใกล้ไกล เจ้านาย (คุณจุมพล ชฎาวัฒน์) จะยินดีเสมอที่จะมอบโอกาสนั้นแก่พนักงานในบริษัทฯ และเนื่องจากบริษัท พีแอนด์โอ รีเกล แทรเวล จำกัด ในห้วงเวลานั้น เป็นบริษัทนำเที่ยวต่างประเทศที่มีผลงานดีเด่นอยู่ตลอดหลายๆ ปี รางวัลต่างๆ ที่เข้ามาจากบริษัทสายการบินจึงมีอยู่เรื่อยๆ อย่างสูงก็เป็นตั๋วเครื่องบินฟรี อย่างเบาๆ ก็เป็นรายการท่องเที่ยวศึกษาดูงาน เพื่อนำกลับมาจัดทำรายการท่องเที่ยวอย่างที่เรียกกันว่า “แฟมทริป (Fam. Trip)” ไปประเทศโน้นประเทศนี้ แล้วแต่ทางตัวแทน และสายการบินในต่างประเทศจะจัดให้
ผมบินไปต่างประเทศครั้งแรกก็ด้วยแฟมทริป ประเทศมาเลเซีย กัวลาลัมเปอร์ เกาะปีนัง และเกาะลังกาวี ก็สนุกสนานประทับใจดี หลังจากกลับมาไม่นาน จากรายงานการเดินทางของผมที่เสนอต่อเจ้านาย กลายไปเป็นรายการท่องเที่ยวและ นำออกเสนอขายได้ เป็นคณะท่องเที่ยวใหญ่หลายคณะในที่สุด
ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว มีคำเรียกที่ต้องแยกความแตกต่างทางหน้าที่ให้ออก ได้แก่ มัคคุเทศก์ หรือ ไกด์ (Tour Guide) เป็นผู้นำเที่ยวในสถานที่ต่างๆ บรรยายในรายละเอียดต่างๆ เพื่อให้ความรู้แก่นักท่องเที่ยวในคณะของตนเอง ส่วนผู้จัดการทัวร์ หรือ ทัวร์แมเนเจอร์ (Tour Manager) นั้น งานจะเป็นลักษณะของการจัดการในด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ให้คณะนักท่องเที่ยวของตนได้รับประโยชน์ในรายการท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ตามที่ได้ตกลงกันไว้ หากผู้จัดการทัวร์ร่วมเดินทางไปกับคณะด้วยก็มักจะเรียกกันว่า หัวหน้าทัวร์ หรือ ทัวร์ลีดเดอร์ (Tour Leader) แต่อย่างไรก็ตามในบางแหล่งท่องเที่ยวจะมีระเบียบที่ห้าม มิให้หัวหน้าทัวร์บรรยายประวัติความเป็นมาต่างๆ ของสถานที่นั้น ต้องใช้บริการจากมัคคุเทศก์รับอนุญาตของท้องถิ่นเท่านั้น เช่นนี้แล้วเราก็ต้องปฏิบัติตามโดยเคร่งครัด
ห้าปีแรกที่ทำงานกับบริษัท พีแอนด์โอ รีเกล แทรเวล จำกัด ผมได้รับผิดชอบงานในหลายด้านด้วยกัน กล่าวคือ ในระหว่างที่มีรายการทัวร์ และเป็นรายการที่ผมสามารถทำได้เอง ก็จะได้รับมอบหมายให้นำคณะเดินทางท่องเที่ยวออกไปในต่างประเทศ หากคณะมีไม่เกิน 20 ถึง 25 คน ผมก็จะนำคณะเพียงผู้เดียว รายการที่ทำส่วนมากจะเป็นลูกค้าที่ต่างคน ต่างมาจากต่างที่ทางและร่วมเดินทางไปเที่ยวด้วยกันอย่างที่เรียกว่ากรุ๊ปคอลเลคทีฟ (Collective Tour Group) และประเทศที่เดินทางไปบ่อยที่สุดเนื่องจากสภาวะตลาดที่ขึ้นสูงสุดในช่วงนั้น คือประเทศนิวซีแลนด์ ด้วยสถิติ 13 เที่ยวในระยะเวลาหนึ่งปี
รายการที่ได้รับมอบหมายอีกกลุ่มหนึ่งคือ กลุ่มท่องเที่ยวศึกษาดูงานต่างประเทศ ทั้งนำคณะเดินทางเอง วางแผนงานเอง และหากไม่มีคณะในช่วงไหน เวลาที่ประจำอยู่ที่สำนักงาน ก็จะค้นคว้าหาข้อมูลเพิ่มเติมและนำเสนอรายการออกขาย ต้องพร้อมดำเนินงานอยู่ตลอดเวลา รายการท่องเที่ยวเยี่ยมชมสถานที่เป็นการจำเพาะเจาะจงลักษณะนี้ ทำให้ต้องเดินทาง ไปในแถบยุโรปอยู่เป็นประจำ มากกว่าส่วนอื่นของโลก ประเทศที่ไปบ่อยที่สุดคือ เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ และฝรั่งเศสด้วยสถิติ 9 เที่ยวด้วยกัน
นอกจากนี้ เมื่อโอกาสอำนวย ผมก็จะได้รับมอบหมายหน้าที่ให้ร่วมคณะไปกับกลุ่มลูกค้าประเภทอินเซ็นทีฟ (Incentive Tour Group) ด้วย เพราะลูกค้ากลุ่มนี้ ซึ่งเป็นกลุ่มหลักใหญ่ที่สุดของบริษัทฯ จำเป็นต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างดีที่สุด เพื่อที่เราสามารถจะผูกใจลูกค้าทั้งคณะไว้กับบริษัทของเราได้ตลอดไป
ตลอดระยะเวลาที่ผมทำงานอยู่ที่บริษัทนี้ ผมมีโอกาสที่ดีที่สุดของชีวิต ที่ได้เดินทางไปทั่วทุกมุมโลก รวมมากกว่า 25 ประเทศ เมืองสำคัญ งานเทศกาล งานนิทรรศการที่ยิ่งใหญ่ ผ่านตามามากมาย เหนือสุดที่ เมืองโรวานิเอมี บนเส้นอาร์กติก เซอร์เคิล ประเทศฟินแลนด์ ใต้สุดที่ เมืองอินเวอร์คาร์กิล เกาะใต้ ประเทศนิวซีแลนด์ ตะวันออกสุดที่ประเทศญี่ปุ่น และตะวันตกสุดที่สหรัฐอเมริกา นับว่าเป็นอาชีพที่ได้รับผลกำไรเป็นความรู้ และประสบการณ์ที่จะหาอาชีพอื่นใดมาเทียบได้ยาก
ระหว่างที่ทำงานอยู่ในกรุงเทพฯ ผมไม่มีโอกาสไปเข้ารับการฝึกอบรมมัคคุเทศก์ เนื่องจากไม่เคยมีเวลาช่วงไหนที่จะว่างงานยาวนานพอที่จะไปรับการอบรม ซึ่งส่วนมากมักจะเคร่งครัดในเรื่องของการเข้าห้องเรียนตามเวลาที่กำหนดได้ แต่เรื่องนี้ก็ยังไม่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานของผมเท่าใดนักในขณะนั้น เนื่องจากตามกฎหมายว่าด้วยการท่องเที่ยวไม่ได้บังคับว่าผู้จัดการทัวร์หรือหัวหน้าทัวร์ที่ จะเดินทางไปต่างประเทศจะต้องมีใบอนุญาตแต่อย่างใด
ในบางช่วงเวลา ผมจะได้รับมอบหมายหน้าที่สำคัญจากกรรมการผู้จัดการ ให้เดินทางไปเยี่ยมสำนักงานสาขาต่างๆ ทั้งที่จังหวัดขอนแก่น และที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเป็นตัวแทนไปให้กำลังใจ และประสานงานรับฟังความคิดเห็นต่างๆ ของพนักงานสาขา ตลอดจนไปเก็บข้อมูลการตลาด เยี่ยมเยือนลูกค้าเก่า วางแผนเสาะหาลูกค้าใหม่ หรือแม้แต่นำรายการท่องเที่ยวไปเสนอขายด้วยตนเอง
แต่เมื่อสภาวะเศรษฐกิจของเอเซียและของโลกซบเซาลงอย่างรุนแรงต่อเนื่องในราวปีพุทธศักราช 2540 สภาพตลาดอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวโดยรวมถึงภาวะตกต่ำอย่างสุดขีด บริษัทท่องเที่ยวเล็กๆ ที่สายป่านไม่ยาวพอ จำเป็นต้องปิดกิจการลง แม้บริษัทใหญ่หลายแห่งก็เอาตัวไม่รอด บริษัท พีแอนด์โอ รีเกล แทรเวล จำกัด จำเป็นต้องมีการปรับแผนการตลาดใหม่ทั้งหมด
การเดินทางท่องเที่ยวไปต่างประเทศของคนไทยแทบจะไม่มีอีกเลย ถ้าไม่จำเป็น ดังนั้น การที่มัคคุเทศก์จะต้องทนอยู่กับสภาพเช่นนี้ได้นั้น เป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลย เหตุผลหลักก็คือ มัคคุเทศก์มักจะได้เงินตอบแทนในรูปของเงินเดือนที่น้อยกว่าพนักงานอื่นๆ แต่ก็จะมีเบี้ยเลี้ยง และเงินสินน้ำใจในการออกงานปฏิบัติหน้าที่ต่างๆ เข้ามาช่วยบ้างตามแต่งานที่ได้รับมอบหมาย
ผมได้เดินทางมาเยือนสำนักงานจังหวัดเชียงใหม่หลายๆ ครั้งตั้งแต่ที่บริษัทฯ เคยเช่าห้องๆ หนึ่ง อยู่ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลแอร์พอร์ตพลาซ่า จนภายหลังได้จัดซื้ออาคารสำนักงานเป็นของตัวเอง ที่ที่ทำการปัจจุบันบนถนนสิงหราช เยื้องโรงเรียนหอพระ เมื่อผมพิจารณาด้วยเหตุนี้ จึงเป็นโอกาสเหมาะที่ผมจะได้ขอย้ายตัวเองมาทำงานอยู่ ณ ที่แห่งนี้ รับผิดชอบงานมากขึ้น ออกต่างประเทศน้อยลง แต่ก็มีเวลาส่วนตัวมากขึ้น และมีรูปแบบชีวิตที่เรียบง่ายมากกว่าเดิมเช่นเดียวกัน จนถึงปัจจุบันเป็นระยะเวลาเกือบ 10 ปีแล้ว
และเมื่อมีเวลาว่างจากการทำงานมากขึ้น ผมจึงคิดหาความรู้เพิ่มเติม พร้อมทั้งมุ่งที่จะได้พบปะเพื่อนใหม่ จึงได้วางแผนเข้าไปเรียนเพิ่มเติมในสายตรงวิชาชีพ ทางด้านอุตสาหกรรมท่องเที่ยว กับโปรแกรมวิชาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่
นอกจากนี้ เมื่อ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และสมาคมมัคคุเทศก์เชียงใหม่ เปิดการฝึกอบรมบุคคล เพื่อรับใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ต่างประเทศ-เฉพาะพื้นที่ขึ้น ผมก็ไปร่วมรับการฝึกอบรมได้ และปัจจุบันผมเป็นมัคคุเทศก์รับอนุญาตอย่างถูกต้อง ตามกฎหมายว่าด้วยมัคคุเทศก์ ผมสามารถนำนักท่องเที่ยวเดินทางท่องเที่ยวไปได้ทั่วไป ในเขตจังหวัดเชียงใหม่และปริมณฑลรวม 7 จังหวัด และทางสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพฯ จะประสานงานผ่านมาทางสำนักงานที่จังหวัดเชียงใหม่ ทุกครั้งที่มีนักท่องเที่ยวซื้อรายการเข้ามา ส่วนมากถึงร้อยละแปดสิบเป็นชาวอเมริกัน และอังกฤษ
งานในหน้าที่รับผิดชอบที่สำคัญของผม ที่ได้รับมอบหมายจากทางบริษัทฯ คืองานด้านการบริการลูกค้าโดยตรง ในตำแหน่งผู้จัดการทัวร์ และมัคคุเทศก์ประจำสำนักงานภาคเหนือ เชียงใหม่ เป็นที่ปรึกษาวางแผนการจัดรายการท่องเที่ยว ทั้งไทยและต่างประเทศทั่วโลกให้กับลูกค้ากลุ่มต่างๆ งานขายและงานในหน้าที่อื่นที่ได้รับมอบหมายจากกรรมการผู้จัดการบริษัท อันเกี่ยวกับการสำรวจ ค้นคว้า เก็บหาข้อมูลต่างๆ เพิ่มเติมสู่คลังข้อมูลของบริษัทฯ
ต่อเมื่อมีรายการที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศเมื่อใด ผมก็จะถูกเรียกตัวให้เข้าไปทำงาน รับงาน และเอกสารเตรียมการเดินทางที่สำนักงานใหญ่ในกรุงเทพฯ รวมถึงเมื่อเรือสำราญต่างๆ ทั้ง ปริ้นเซส ครูส และ พีแอนด์โอ ครูส ของทางบริษัทฯ เทียบท่าเรือที่แหลมฉบัง ก็มักจะเป็นโอกาสที่สำคัญที่ผมจะได้ไปปฏิบัติงาน รวมทั้งสำรวจเรือลำต่างๆ ที่หลากหลายทั้งนั้นด้วย
ส่วนการเข้าชั้นเรียน และรับการฝึกประสบการณ์วิชาชีพในงานบริการด้านอุตสาหกรรมท่องเที่ยวด้านต่างๆ ตามหลักสูตรของโปรแกรมวิชาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สถาบันราชภัฏเชียงใหม่นั้น ก็ทำให้ผมได้มีโอกาสกลับไปปฏิบัติตนเป็นเช่นนักศึกษาฝึกงานอีกครั้งหนึ่ง ถึงแม้ว่าผมจะได้ทำอาชีพมัคคุเทศก์นี้ มานานกว่าสิบปีแล้ว กระนั้นก็ดี ยังมีภูมิความรู้ในด้านต่างๆ ในสายงานอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกมากมาย ที่ผมยังไม่มีโอกาสได้ศึกษาอย่างล้ำลึกและจริงจังในรายละเอียดเลย ด้วยเหตุที่ต้องทำงานในหน้าที่ของตนเองให้ได้ดีที่สุดก่อน เมื่อโอกาสของการเป็นนักศึกษาอีกครั้งหนึ่งนี้วกกลับเข้ามา ผมจึงไม่รีรอที่จะตักตวงประสบการณ์เหล่านั้นเพิ่มเติมไว้แก่ชีวิตของตน
สำหรับผมเองแล้ว ขอสรุปสั้นๆ ว่า “ชีวิตคือการเดินทาง เพื่อแสวงหาประสบการณ์ที่ล้ำค่า” การได้เป็นส่วนหนึ่งในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ทำให้ผมได้ประสบการณ์แปลกใหม่ที่สามารถจะนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อยู่เสมอ และทุกครั้งที่มีโอกาส ผมจะต้อง “แปลงตัวเป็นนักท่องเที่ยว” สะพายเป้ เหน็บคู่มือท่องเที่ยว และพกกล้องถ่ายรูป ออกไปเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ พบปะผู้คน และธรรมชาติที่สวยงาม ทันที
แล้วคุณล่ะครับ เดินทางท่องเที่ยวครั้งล่าสุด เมื่อไหร่?
————————————————————————


